ดูแลแมวสูงวัยอย่างไรให้มีสุขภาพดี | Purina ONE

ดูแลแมวสูงวัยอย่างไรให้มีสุขภาพดี

ปัจจุบันพบว่าน้องแมวมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้นกว่าในอดีต โดยพบว่าน้องแมวมีอายุยืนยาวได้ถึง 20 ปี ซึ่งเราก็ต้องขอบคุณเรื่องโภชนาการอาหารที่ดี ขอบคุณสัตวแพทย์ และขอบคุณความรู้ด้านการเลี้ยงดูน้องแมวในปัจจุบันที่มีการพัฒนาขึ้นไปอย่างมาก จึงทำให้น้องแมวของเรามีอายุที่ยืนยาวขึ้นได้นานขนาดนี้ สำหรับน้องแมวที่มีอายุ 7 ปีเป็นต้นไป จัดว่าเข้าสู่ช่วงสูงวัย หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าแมวแก่นั่นเอง ซึ่งการดูแลน้องแมวที่อายุมากแล้วแน่นอนว่าก็ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะร่างกายที่ร่วงโรยไม่ได้ส่งผลแค่สุขภาพเท่านั้น แต่ยังมีผลถึงพฤติกรรม และอีกหลายเรื่องที่ตามมาด้วย แล้วเราจะดูแลแมวสูงวัยอย่างไรให้มีสุขภาพที่ดีและมีอายุที่ยืนยาว มาติดตามกันได้ในบทความนี้

ทำไมต้องดูแลแมวสูงวัยเป็นพิเศษ

ทำไมต้องดูแลแมวสูงวัยเป็นพิเศษ

ด้วยอายุที่มากขึ้น ทำให้ร่างกายของแมวมีการเปลี่ยนแปลงไป ประสาทสัมผัสการรับรู้สิ่งต่าง ๆ ทั้งกลิ่นการรับรส นั้นจะทำได้ไม่ดีเท่าตอนที่ยังอายุน้อย ความสามารถในการย่อยสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นไขมัน โปรตีน ก็ทำได้ต่ำลง นอกจากนี้ความสามารถในการได้ยิน การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ความยืดหยุ่นของผิวหนัง และความทนทานต่อความเครียด ก็ลงลงไปด้วย เหตุนี้เองแมวสูงวัยจึงจำเป็นต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ

แมวสูงวัยกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

แมวสูงวัยกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

เมื่อแมวอายุมากขึ้น แน่นอนว่านิสัยใจคอ พฤติกรรมของน้องแมวก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ซึ่งพฤติกรรมแมวสูงวัยนี้เองก็เป็นผลโดยตรงมาจากร่างกายที่เสื่อมโทรมลง โดยตัวแมวจะค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ทีละน้อย หากเราไม่ทันได้สังเกตถึงสัญญาณของความสูงวัยให้ดี ๆ กว่าที่จะพบความผิดปกติต่าง ๆ ก็อาจสายไปเสียแล้ว ดังนั้นเจ้าของควรสังเกตสัญญาณเหล่านี้เพื่อดูว่าแมวของคุณกำลังเข้าสู่วัยชราแล้วหรือยัง

    • เล่นน้อยลง : รวมทั้งออกไปอยู่นอกบ้านน้อยลง และสังเกตเห็นความเฉื่อยชากว่าช่วงที่เป็นลูกแมววัยซนได้อย่างเห็นได้ชัด

    • นอนนาน : จะพบว่าแมวสูงวัยบางใช้เวลานอนกลางวันในแต่ละวันที่ยาวนานขึ้นกว่าเดิม หรือบางตัวกลับตื่นในเวลานอนปกติ เจ้าของจึงควรสังเกตพฤติกรรมการนอนของแมวที่บ้านเพื่อดูการเปลี่ยนแปลง

    • กินอาหารและน้ำเปลี่ยนแปลงไป : ด้วยการรับรสและประสาทสัมผัสที่ทำงานลดลง รวมทั้งร่างกายที่เสื่อมถอย โดยเฉพาะเรื่องของปากและฟัน รวมทั้งการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ทำให้หลาย ๆ ครั้งพบว่าแมวไม่กินอาหาร หรือมีพฤติกรรมการกินอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป

    • ขนไม่สวยงาม : แมวมีปัญหาขนหยาบกร้านหรือพันกันยุ่งเหยิง เพราะแมวจะไม่ค่อยทำความสะอาดร่างกายและดูแลตัวเอง ซึ่งอาจเกิดจากการเจ็บป่วยทางกายภาพ เช่น เลียตัวเองไม่ถึงเนื่องจากปัญหาขอข้อต่อ หรือเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับเหงือกและฟันก็เป็นไปได้เช่นกัน

    • ส่งเสียงร้อง : อาจพบว่าแมวมีการส่งเสียงร้องมากขึ้นกว่าเดิม เพราะแมวสูงวัยอาจรู้สึกไม่ปลอดภัย และมีความติดเจ้าของมากขึ้น

    • มีปัญหาการขับถ่าย : ปัญหานี้มาจากหลายสาเหตุ เช่น ร่างกายของแมวไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้ดังเดิม หรืออาจจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับกระบะทราย เช่น กระบะทรายสูงเกินไป ทำให้แมวต้องปีนบันได แต่แมวสูงวัยไม่สามารถปีนขึ้นไปได้ เป็นต้น

    พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเหล่านี้เกิดจากความเจ็บปวด โรคภัย รวมทั้งความเสื่อมของร่างกายที่ส่งผลต่อการทำงานของร่างกายในระบบต่าง ๆ ซึ่งเจ้าของต้องทำความเข้าใจและรับมือกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเหล่านี้ และหากพบว่าน้องแมวมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจนทำให้เกิดความกังวล ก็ควรพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและดูแลความผิดปกติที่เกิดขึ้นให้เหมาะสม

    โรคที่ต้องระวังในแมวสูงวัย

    โรคที่ต้องระวังในแมวสูงวัย

    โรคที่ต้องระวังและพบได้ในแมวสูงวัยส่วนใหญ่มักเป็นโรคที่เกี่ยวกับภาวะความเสื่อมของระบบต่าง ๆ ในร่างกายแมว ซึ่งแต่ละโรคมักมีสัญญาณบ่งบอกเริ่มต้น แต่แมวเป็นสัตว์ที่เก็บซ่อนความเจ็บป่วยได้ค่อนข้างเก่ง ปัญหาเหล่านี้จึงมักถูกมองข้าม กว่าที่เจ้าของจะสังเกตเห็นก็อาจจะเป็นหนักมากแล้ว ดังนั้นเจ้าของจึงควรหมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อยเพื่อเป็นการป้องกันและรับมือได้อย่างทันท่วงที

      • โรคไขข้ออักเสบ : โรคนี้ทำให้แมวมีการทำกิจกรรมต่าง ๆ ลดลง ไม่ว่าจะเป็นการเล่น การล่า การออกนอกบ้าน รวมไปถึงการเลียขน เนื่องจากการเคลื่อนไหวอาจทำให้ข้อต่อที่อักเสบอยู่เจ็บปวด เจ้าของควรสังเกตท่าทางการยืน นั่ง หรือเดินของแมวว่ามีความผิดปกติไปหรือไม่ และควรรีบพาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยต่อไป

      • โรคหัวใจและหลอดเลือด : แมวสูงวัยมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดสูง โดยอาจสังเกตจากอาการที่พบ เช่น ซึม ไม่เล่น เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก น้ำหนักลด เป็นต้น อาจต้องไปรับการวินิจฉับยืนยันจากสัตวแพทย์โดยเร็วเพื่อจัดการกับปัญหาได้อย่างถูกจุด

      • โรคไฮเปอร์ไทรอยด์ : โรคนี้เกิดจากการที่ต่อมไทรอยด์มีการผลิต หรือร่างกายได้รับฮอร์โมนที่มากเกินปกติ โดยจะพบว่าแมวกินอาหารปกติ (หรือมากกว่าปกติ) แต่น้ำหนักลด กินน้ำมาก ปัสสาวะมาก และยังทำให้แมวสูงวัยขนร่วง ขนหยาบได้อีกด้วย

      • โรคเบาหวาน : เป็นโรคที่พบได้บ่อยในแมวสูงวัย ซึ่งอาการของโรคเบาหวานในแมวมักคล้ายกับโรคฮอร์โมนอื่น ๆ ได้แก่ กินน้ำมาก ปัสสาวะมาก กินอาหารมากแต่น้ำหนักลดลง โดยสัตวแพทย์อาจพิจารณาตรวจปริมาณน้ำตาลในเลือดเพื่อดูว่าแมวมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานหรือไม่

      • โรคไต : แมวเป็นโรคไตนั้น เกิดจากการที่ไตเสียหาย เนื่องจากการบาดเจ็บหรือเกิดจากภาวะความเสื่อมของไต โรคไตมักมีการแสดงอาการไม่ชัดเจนและซ้ำซ้อนกับโรคอื่น ๆ เช่น กินน้ำมาก ปัสสาวะมาก น้ำหนักลด โลหิตจาง มีแผลที่ปาก ลมหายใจมีกลิ่นแอมโมเนีย เป็นต้น ดังนั้นการตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อประเมิณค่าไตอาจทำให้คุณรู้และรับมือหากแมวเป็นโรคไตได้ทันท่วงที

      • โรคฟันและเหงือก : อาจสังเกตได้จากการที่แมวสูงวัยไม่กินอาหาร หรือกินอาหารลดลง น้ำหนักลด ปากปิดไม่สนิท มีน้ำลายยืดออกมา หรือไม่เลียขนตัวเอง

      • โรคมะเร็ง : โรคมะเร็งมีสาเหตุและอาการที่หลากหลายขึ้นอยู่กับว่าเซลล์มะเร็งนั้นเกิดขึ้นในระบบไหน วิธีการสังเกตที่เจ้าของแมวสามารถทำได้ คือ คอยคลำและมองหาก้อนเนื้อที่ผิดปกติตามลำตัวของแมว รวมถึงการพาแมวไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ

    วิธีการดูแลแมวสูงวัยสูงวัยกันเถอะ

    วิธีการดูแลแมวสูงวัยสูงวัยกันเถอะ

    การดูแลแมวสูงวัยเริ่มต้นตั้งแต่การดูแลความสะอาดของร่างกาย เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้ร่างกายสะอาด ป้องกันการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นจากความสกปรกเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เจ้าของแมวได้สังเกตร่างกายของแมวด้วยว่ามีความผิดปกติที่ส่วนใดหรือเปล่า เช่น หูมีกลิ่นเหม็น หรือขี้หูมีสีที่แปลกไปหรือไม่ เป็นต้น รายละเอียดที่เราใส่ใจเหล่านี้ ล้วนช่วยให้ชีวิตหลังวัยเกษียณของแมวคุณมีความสุขมากขึ้นไปด้วย

      • ดูแลผิวหนังและขน : อาการแมวสูงวัยที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนอาการหนึ่งก็คือ แมวสูงวัยจะมีการดูแลตัวเองลดลง มีการเลียทำความสะอาดตัวเองที่น้อยลงไปกว่าเดิมมาก อาจพบว่าแมวสูงวัยขนร่วง จากความเสื่อมถอยของระบบห่อหุ้มร่างกาย จึงแนะนำให้เจ้าของแมวตัดขนแมวให้สั้น และหมั่นแปรงขนให้กับแมว โดยเลือกใช้แปรงที่มีความนุ่ม ซี่แปรงเล็ก เพื่อให้การแปรงขนเป็นไปอย่างอ่อนโยนต่อตัวแมวมากที่สุด เจ้าของแมวควรเช็ดทำความสะอาดรอบดวงตา จมูก และรอบก้นให้กับแมวสูงวัย โดยใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาดเป็นประจำด้วย นอกจากนี้เจ้าของควรตัดเล็บให้แมวสูงวัยเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพราะแมวสูงวัยจะไม่สามารถจัดการลับเล็บตัวเองได้ดีเหมือนตอนยังเป็นเด็ก การตัดเล็บให้กับแมวสูงวัยจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ หากใครที่ไม่เคยตัดเล็บให้แมว แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ถึงวิธีการคัดเล็บแมวให้ปลอดภัย และไม่สร้างความเครียดให้กับแมว

      • เปลี่ยนหรือจัดวางกระบะทรายให้ง่ายต่อการใช้งาน ควรมีการวางกระบะทรายเอาไว้ในทุกชั้นของบ้าน โดยวางไว้ในจุดที่แมวสามารถเข้าถึงได้ง่าย และเปลี่ยนมาใช้กระบะทรายที่ไม่สูงมากเพื่อให้แมวสามารถใช้กระบะทรายได้สะดวก เจ้าของควรสังเกตปริมาณของสิ่งขับถ่ายของแมวว่าต่างจากปกติหรือไม่ เพื่อสังเกตอาการเพื่อช่วยจัดการและป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการขับถ่ายไม่ว่าจะเป็น นิ่ว หรือท้องผูก ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้

      • การดูแลด้านโภชนาการ เนื่องจากวัยที่เปลี่ยนไป พฤติกรรมไม่เหมือนเดิม รวมไปถึงระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็เปลี่ยนแปลง ทำให้ความต้องการทางด้านของสารอาหารของแมวสูงวัยแตกต่างจากแมวอายุน้อยกว่า 7 ปี ดังนั้นจึงควรพิจารณาเลือกอาหารสูตรที่ช่วยดูแลแมวในระบบต่าง ๆ และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยชะลอความเสื่อมที่เกิดขึ้นกับร่างกาย แนะนำ เพียวริน่า วัน อาหารแมวชนิดเม็ด เกรดซุปเปอร์พรีเมี่ยม สำหรับแมวโต อายุ 7 ปี ขึ้นไปทุกสายพันธุ์ ที่มีครบถ้วนตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านโภชนาการของแมวสูงวัย

      อาหารแมวสูตรแมวโต

      สามารถคลิกซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่นี่

        o กระดูก และข้อต่อแข็งแรง เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว จากกลูโคซามีน
        o เสริมสร้างภูมิต้านทาน ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จากวิตามิน E , A และ ซิลิเนียม
        o กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง ด้วยโปรตีนคุณภาพสูงจากเนื้อไก่แท้ๆ
        o ฟันขาว แข็งแรง ไม่มีคราบหินปูน ด้วยเม็ดอาหารกรุบกรอบ ช่วยขัดฟัน ลดกลิ่นปาก
        o ผิวหนังสุขภาพดี ขนเงางามและดวงตาสดใส ด้วยโอเมก้า 3, 6 และวิตามิน E, A
        o ระบบย่อยอาหาร และการขับถ่ายดี เพราะทำจากวัตถุดิบคุณภาพดี ช่วยให้ย่อยและดูดซึมง่าย

      • หมั่นพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ เมื่ออายุมากขึ้นความถี่ในการไปพบสัตวแพทย์ก็ควรมากขึ้น แมวสูงอายุควรได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะตรวจค่าเลือดอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง รวมทั้งทำวัคซีนและป้องกันปรสิตภายนอกและภายใน ตามโปรแกรมที่สัตวแพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอ

    สรุปแมวสูงวัย

    สรุป

    ความเสื่อมถอยของร่างกายแมวที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น (อ่านเพิ่มเติมเรื่อง วิธีดูง่ายๆ ว่าแมวของเราอายุเท่าไหร่แล้ว) ส่งผลให้ประสาทสัมผัสการรับรู้สิ่งต่าง ๆ การทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงความทนทานต่อความเครียดก็ลงลงไปด้วย แมวสูงวัยจึงจำเป็นต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ ดังนั้นการใส่ใจทุกรายละเอียด สังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เลือกสรรแต่สิ่งดีดีที่มีประโยชน์ให้แก่พวกเขาเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนของแมวที่คุณรักจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ (อ่านเพิ่มเติมเรื่อง เลี้ยงน้องแมวอย่างไรให้อายุยืน) เพราะหากเราไม่ทันได้สังเกตถึงสัญญาณของความสูงวัยให้ดี ๆ กว่าที่จะพบความผิดปกติต่าง ๆ ก็อาจสายไปเสียแล้ว

    Back

เรื่องน่ารู้ของน้องแมว