ทำไมถึงควรเลี้ยงแมวในระบบปิด | Purina ONE

ทำไมถึงควรเลี้ยงแมวในระบบปิด

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้วิธีการเลี้ยงแมวในปัจจุบัน ก็ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเช่นกัน จากเดิมที่มีการเลี้ยงให้แมวได้เที่ยวเล่นทั่วไปแบบมีอิสระ ไปไหนก็ได้แบบที่ต้องการ หรือที่เรียกกันว่าเลี้ยงแบบปล่อย ในยุคนี้เจ้าของแมวหลาย ๆ คน เลือกที่จะเลี้ยงแมวด้วยระบบปิด และความนิยมในการเลี้ยงแมวระบบปิดนี้ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เสียด้วย แล้วการเลี้ยงแมวระบบปิดที่กำลังพูดถึงคืออะไร ต่างจากการเลี้ยงแมวแบบปล่อย หรือมีข้อดีข้อเสียกับการเลี้ยงแมวแบบปล่อยหรือไม่ เจ้าของแมวอย่างเราควรจะเลือกแบบไหนดี ใครที่ยังเลือกไม่ได้มาติดตามอ่านกันต่อในบทความนี้ได้เลย

เลี้ยงแมวระบบปิดคืออะไร

เลี้ยงแมวระบบปิดคืออะไร

การเลี้ยงแมวระบบปิด หรือที่เรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ การเลี้ยงแมวในบ้าน โดยไม่ได้ปล่อยแมวให้ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ้านนั่นเอง ซึ่งองค์กรทางสัตวแพทย์ The American Veterinary Medical Association (AVMA) ก็มีคำแนะนำให้เลี้ยงแมวระบบปิด เพราะจะช่วยลดอันตรายจากนอกบ้าน เพราะการอยู่ในบ้านย่อมมีโอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บ หรือได้รับอันตรายน้อยกว่าที่อยู่นอกบ้าน

นอกจากนี้การใช้ชีวิตของเจ้าของแมวในปัจจุบันก็เปลี่ยนไปเช่นกัน จากที่เคยอยู่บ้านก็มาอยู่คอนโดมิเนียมกันมากขึ้น และคอนโดมิเนียมหลายแห่งในปัจจุบัน ก็อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ด้วย แบบนี้ก็เข้าทางคนรักแมว การเลี้ยงแมวในคอนโด จึงกลายเป็นเรื่องที่เห็นกันได้เป็นปกติไปแล้ว

และหากใครคิดว่าการเลี้ยงแมวในระบบปิดนั้นเป็นการทารุณกรรมสัตว์ อาจจะต้องคิดใหม่ เพราะด้วยนิสัยของแมวนั้นจะชอบอยู่ในพื้นที่ที่เป็นส่วนตัวของตัวเอง และชอบปกป้องอาณาเขต แมวที่เชื่องแล้วจึงมักมีความสุข และรู้สึกปลอดภัยกับการถูกเลี้ยงอยู่ในบ้าน ในที่ที่มีทุกอย่างที่ตัวแมวเองต้องการ

ข้อดีข้อเสีย เลี้ยงแมวระบบปิด

ข้อดีข้อเสีย ของการเลี้ยงแมวระบบปิด

ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ที่กล่าวมา ทั้งเรื่องอันตรายที่เจ้าของกลัวจะเกิดกับแมว รวมไปถึงลักษณะที่อยู่และรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป เหล่านี้จึงเป็นสาเหตุให้เจ้าของแมวหลาย ๆ คนเลือกที่จะเลี้ยงแมวระบบปิด หรือฝึกแมวให้อยู่ในบ้านกันมากขึ้นกว่าในสมัยก่อนนั่นเอง แต่ก่อนที่จะตัดสินใจว่าอยากจะเลี้ยงแมวระบบปิดหรือไม่ มาลองดูข้อดี ข้อเสีย ของการเลี้ยงแมวในบ้าน หรือเลี้ยงแมวระบบปิดกันดูก่อนดีกว่า

ข้อดีของการเลี้ยงแมวระบบปิด

ข้อดีของการเลี้ยงแมวระบบปิด หรือการเลี้ยงแมวให้อยู่แต่ในบ้านนอกจากจะเป็นในเรื่องของการตอบโจทย์รูปแบบที่อยู่อาศัย และการใช้ชีวิตในปัจจุบันแล้ว ก็ยังมีข้อดีอีกหลายประการไม่ว่าจะเป็น

    • ลดโอกาสเกิดอันตรายจากการบาดเจ็บ : การบาดเจ็บที่พบมากมักเป็นการบาดเจ็บที่เกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งอุบัติเหตุที่พบได้บ่อยในแมวมักเป็นอุบัติเหตุจากการถูกรถชน (โดยเฉพาะในเวลากลางคืน) นอกจากนี้ยังพบว่าแมวอาจได้รับบาดเจ็บจากการกัดกัน รวมทั้งถูกทำร้ายจากสุนัขและสัตว์อันตรายอื่น ๆ เช่น งู มากกว่าแมวที่เลี้ยงในบ้านแบบระบบปิดอีกด้วย

    • ลดโอกาสสูญหาย : หลายครั้งหลายคราวที่เมื่อแมวไปเที่ยวนอกบ้าน แล้วไม่ได้กลับมา เหตุการณ์เช่นนี้คงไม่อยากให้มีใครเกิดขึ้นกับแมวที่เรารัก การเลี้ยงแมวระบบปิด จึงช่วยลดปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี

    • ลดโอกาสติดโรคติดต่อร้ายแรงในแมว : แมวที่เลี้ยงแบบปล่อยนั้นนอกจากจะมีโอกาสได้รับบาดเจ็บสูงกว่าแมวที่เลี้ยงระบบปิดแล้ว ยังมีโอกาสที่จะติดโรคติดต่อร้ายแรงต่าง ๆ จากการต่อสู้กันเมื่อออกไปอยู่นอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นโรคลิวคีเมียในแมว โรคเอดส์แมว ซึ่งมีโอกาสทำให้แมวถึงแก่ชีวิตได้เลย

    • ลดโอกาสติดปรสิตชนิดต่าง ๆ : แน่นอนว่าการเลี้ยงแมวให้อยู่แต่ในบ้านนั้นลดโอกาสที่จะติดปรสิตต่าง ๆ ที่สามารถพบในแมวได้ ทั้งเห็บ หมัด พยาธิหนอนหัวใจ รวมทั้งพยาธิชนิดต่าง ๆ ที่อาจจะติดต่อมาสู่คนได้อีกทอดหนึ่ง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าสมาชิกในครอบครัวของเราคนอื่น ๆ ก็จะมีโอกาสติดปรสิตที่มากับแมวได้น้อยกว่าแมวที่เลี้ยงแบบปล่อยด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้ามีสมาชิกในครอบครัวเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือเด็กเล็กด้วยแล้ว เรื่องนี้ก็ยิ่งสำคัญไม่แพ้เรื่องไหน ๆ เลยทีเดียวล่ะ

    • มีอายุยืนยาว : โดยพบว่าแมวที่เลี้ยงระบบปิด จะมีอายุยืนยาวกว่าแมวที่เลี้ยงแบบปล่อย โดยแมวที่เลี้ยงในระบบปิดนั้นมีอายุยาวนานได้ถึง 17 ปี หรือมากกว่านั้น 2 เพราะนอกจากที่แมวจะมีโอกาสได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุ และติดโรคน้อยกว่าแมวเลี้ยงปล่อยแล้ว เจ้าของแมวที่เลี้ยงในระบบปิด จะมีโอกาสสังเกตเห็นความผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับแมวได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และพาแมวไปรับการรักษาได้เร็วกว่าแมวที่เลี้ยงแบบปล่อยนั่นเอง (อ่านเพิ่มเติมเรื่อง เลี้ยงน้องแมวอย่างไร ให้อายุยืน)

ข้อเสียของการเลี้ยงแมวระบบปิด

ใช่ว่าการเลี้ยงแมวระบบปิดจะมีแต่ข้อดี เพราะการเลี้ยงแมวให้อยู่แต่ในบ้านก็มีข้อเสียที่ชวนให้เจ้าของแมวที่เลือกเลี้ยงแมวด้วยวิธีนี้ระมัดระวังอยู่เหมือนกัน ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นโรคที่เกิดจากวิธีการเลี้ยง เช่น

    • เกิดโรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกิน : สาเหตุของความอ้วนนั้นก็มาจากการขาดการออกกำลังกาย เพราะได้วิ่งเล่นน้อยกว่าแมวที่เลี้ยงแบบปล่อย บวกกับการกินอาหารที่สามารถทำได้ตลอดทั้งวัน (อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ใครคิดว่าน้องแมวที่บ้านอ้วนไป ต้องใช้วิธีนี้เช็กดู)

    • โรคอื่น ๆ : เช่น โรคเบาหวาน ซึ่งสาเหตุที่โน้มนำให้เกิดปัญหาโรคเบาหวานนี้ก็มาจากการเกิดโรคอ้วนนี่เอง นอกจากนี้ปัญหาโรคอ้วน ยังทำให้แมวเกิดปัญหาหาข้ออักเสบตามมาได้เช่นกัน

    • อุบัติเหตุจากการตกจากที่สูง : ข้อนี้เน้นเป็นพิเศษสำหรับเจ้าของแมวที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม อย่าลืมเช็คประตูหน้าต่างในห้องทุกครั้งว่าปิดสนิทดีหรือไม่ เพราะแมวตัวซนอาจจะปีนเล่นจนได้รับอุบัติเหตุก็ได้นะ

วิธีฝึกแมวให้อยู่บ้าน

สำหรับลูกแมวแล้ว การฝึกให้แมวอยู่ในบ้านอาจไม่ใช่เรื่องยากสักเท่าไร แถมการก้าวออกสู่โลกกว้างก็กลับกลายเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับแมวที่อยู่แต่ในบ้านมาตลอดอีกด้วย ผิดกับแมวที่เคยออกไปสัมผัสโลกแสนอิสระมาแล้ว หากจะพาแมวให้ย้อนกลับมาสู่โลกแสนสงบในบ้าน นี่ดูจะเป็นงานใหญ่เสียหน่อยสำหรับเจ้าของแมว แต่อย่าเพิ่งเป็นกังวลไปด้วยกลเม็ดต่อไปนี้จะช่วยเปลี่ยนแมวนอกบ้านมาเป็นแมวในบ้านได้แบบไม่ลำบากใจทั้งเจ้าของและแมวเลย

อาหารแมว เพียวริน่า วัน อินดอร์ แอดแวนเทจ

    • มีอาหารแสนอร่อย : ที่สำคัญควรมีอาหารแสนอร่อยเพื่อช่วยให้แมวอยากใช้เวลาในบ้านให้ยาวนานขึ้น แนะนำ เพียวริน่า วัน อินดอร์ แอดแวนเทจ อาหารแมวชนิดเม็ด เกรดซุปเปอร์พรีเมี่ยม สำหรับแมวโตเลี้ยงในบ้าน ทุกสายพันธุ์ นอกจากจะมีรสอร่อยมัดใจแมวแล้วยังลดปัญหาที่อาจเกิดกับแมวที่เลี้ยงระบบปิด

         o มีแคลอรี่ต่ำ ช่วยควบคุมน้ำหนัก สำหรับแมวในบ้านที่มีกิจกรรมน้อย
         o มีใยอาหารสูง ลดการเกิดก้อนขน ช่วยเรื่องระบบการขับถ่าย
         o มีโปรตีนจากเนื้อไก่งวง ช่วยสร้างเสริมกล้ามเนื้อและหัวใจให้แข็งแรง
         o มีแคลเซียมและฟอสฟอรัส เสริมสร้างกระดูกและข้อต่อให้แข็งแรง
         o มีโอเมก้า 3 และ 6 ช่วยบำรุงผิวหนังและขนให้สุขภาพดีเงางาม

    • เพิ่มเวลาที่ต้องอยู่ในบ้าน : แมวที่เลี้ยงแบบปล่อยส่วนใหญ่มักขับถ่าย กินอาหาร และใช้เวลานอกบ้านเป็นหลัก ลองนำที่ลับเล็บและกระบะทรายแมวไว้ในบ้าน เพิ่มมุมให้แมวได้ชมวิวสูง และมีของเล่นชิ้นเล็ก ๆ เช่น ตุ๊กตา เพื่อให้แมวได้วิ่งล่า เพื่อทดแทนกิจกรรมที่แมวทำเมื่อออกไปนอกบ้าน

    • ฟีโรโมนสังเคราะห์ : ช่วยให้แมวรู้สึกผ่อนคลาย ลดความกังวลลง (อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ดูแลน้องแมวยังไงให้ห่างไกลความเครียด) โดยมีทั้งชนิดพ่น และชนิดเสียบปลั๊ก โดยควรปรึกษาสัตวแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้

    • เพิ่มพืชใบเขียว : แมวบางตัวชอบที่จะออกไปกินใบไม้ใบหญ้านอกบ้าน ลองจัดพืชที่ปลอดภัยสำหรับแมว เช่น ต้นไผ่เงิน ต้นอ่อนข้าวสาลี มาช่วยเติมเต็มให้แมว เพื่อให้ใช้เวลาในบ้านเพิ่มขึ้น และลดความอยากออกไปเที่ยวลงได้

    • สมาชิกในบ้านเล่นกับแมวให้มากขึ้น : นอกจากทุกคนในบ้านต้องพร้อมใจที่จะที่จะปิดประตูให้ไวเพื่อป้องกันแมวแอบหนีออกนอกบ้านแล้ว สิ่งที่สำคัญที่ทุกคนต้องร่วมมือกันคือควรเล่นกับแมวให้มากขึ้น เพราะการเล่นเป็นวิธีที่ดีมากในการสร้างความรู้สึกดีในการอยู่บ้านให้กับแมว

สรุปเลี้ยงแมวระบบปิด

สรุป

ด้วยยุคสมัยและรูปแบบการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนไป ทำให้ปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะเลี้ยงแมวในระบบปิด หรือเลี้ยงแมวในบ้านกันมากขึ้น แน่นอนว่าการเลี้ยงแมวในบ้านมีข้อดีต่อสุขภาพแมวหลายประการ แต่สำหรับแมวที่เคยออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านเป็นประจำแล้ว การจะปรับให้แมวเปลี่ยนวิถีชีวิตมาเป็นแมวในบ้านนั้นก็อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย หากเจ้าของแมวเลือกที่จะเลี้ยงแมวในระบบปิดแล้ว สิ่งสำคัญที่เจ้าของแมวต้องนึกถึงอยู่เสมอระหว่างที่แมวกำลังปรับตัวก็คือ ต้องทำแบบมีแบบแผน ค่อยเป็นค่อยไป สม่ำเสมอ และอดทน เท่านี้แมวนอกบ้านก็จะมาเป็นแมวในบ้านแสนสุขของครอบครัวได้อย่างแน่นอนแล้ว

อ้างอิง

1. https://ngthai.com/animals/11650/cat-feeding-system-closed/

2. https://pets.webmd.com/cats/features/should-you-have-an-indoor-cat-or-an-outdoor-cat#1

3. https://icatcare.org/indoor-only-or-outdoor-access/

4. https://www.wihumane.org/behavior/ask-the-experts/cat-behavior/training-your-cat-to-stay-inside

Back

เรื่องน่ารู้ของน้องแมว