เพียวริน่า วัน | Purina ONE | อาหารแมวเกรดซุปเปอร์พรีเมี่ยม ครบถ้วนคุณค่าสารอาหาร ให้แมวของคุณเห็นความเปลี่ยนแปลงได้จริงใน 30 วัน ผ่าน 6 สัญญาณสุขภาพดี

ปกป้องน้องแมวของเราให้ห่างไกลโรคผิวหนังด้วยวิธีนี้

ไม่ว่าใครก็ย่อมต้องอยากให้น้องแมวขนสวย นุ่ม เงางามน่ากอดใช่ไหมล่ะคะ แต่การที่จะดูแลสุขภาพผิวหนังและขนของเค้าให้มีสุขภาพดีไปตลอดนั้น จำเป็นต้องให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพแมวในทุกๆ ด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคแมวที่อาจส่งผลให้สุขภาพผิวหนังและขนเสียหาย มาความรู้จักกับโรคผิวหนังของน้องแมวพร้อมวิธีป้องกันไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

หมัดตัวเล็ก แต่กลับเป็นปัญหาใหญ่ของน้องแมว

ตัวหมัด (Flea) เป็นปรสิตชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยมากและจัดเป็นหนึ่งในโรคแมวที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัยค่ะ เจ้าหมัดตัวน้อยนี้นอกจากจะบุกเข้ามากินเลือดจากน้องแมวแสนรักของเราแล้ว ยังสร้างความเจ็บปวดและอาการคันยุบยิบน่ารำคาญได้อีกด้วย โดยถ้าเพื่อนๆ สังเกตเห็นว่าน้องแมวมีอาการคันบ่อยอย่างไม่รู้สาเหตุ ก็ขอแนะนำให้ลองเอาหวีที่มีซี่ถี่ๆ หรือที่เรียกว่าหวีเสนียดมาทำการหวีขนน้องแมวดู หากพบว่ามีก้อนเล็กๆ สีดำติดออกมา ให้ลองเอาก้อนนี้ไปวางไว้บนกระดาษชำระที่ซับน้ำเปียกหมาดๆ ถ้าเกิดมีสีแดงซึมออกมาแสดงว่าก้อนนั้นคือ "ขี้หมัด" นั่นเอง ซึ่งถ้าเราปล่อยไว้อาจทำให้น้องแมวป่วยได้จากอาการผิวหนังอักเสบจากการแพ้น้ำลายหมัดได้ค่ะ

ความแตกต่างระหว่างตัวหมัดและตัวเห็บ

แล้วตัวหมัด กับ ตัวเห็บ แตกต่างกันยังไงนะ?

ถ้ามองด้วยตาเปล่าแล้วล่ะก็ ตัวหมัด (Flea) และ ตัวเห็บ (Tick) จะมีความแตกต่างกันที่จำนวนขาค่ะ สำหรับตัวเห็บนั้นเมื่อโตเต็มวัยจะมี 8 ขา เวลาดูดเลือดแล้วตัวก็จะกลมเป่งเป็นเม็ดใหญ่ๆ เห็นได้ชัดเจน ส่วนตัวหมัดนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับตัวเหา มีจำนวนขาทั้งหมด 6 ขา และถึงแม้จะเป็นแมลงที่ไม่มีปีกแต่ก็มีขาหลังที่แข็งแรงมาก จนสามารถกระโดดไปเกาะตามตัวสัตว์ต่างๆ ได้โดยง่าย

ซึ่งนอกจากทั้งเห็บและหมัดจะสร้างความรำคาญให้กับเราและน้องแมวได้ทั้งคู่แล้ว ปรสิตทั้งสองชนิดยังอาจก่อให้เกิดโรคแมวที่ส่งผลต่อสุขภาพได้ในระยะยาวอีกด้วยค่ะ เช่น โรคโลหิตจาง โรคพยาธิเม็ดเลือด โรคภูมิแพ้น้ำลายหมัด ฯลฯ ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ปรสิตพวกนี้ใช้น้องแมวเป็นแหล่งอาหารจนก่อให้เกิดโรคแมวดังกล่าว ก็ต้องดูแลแมวให้ดี หมั่นทำความสะอาดเพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งเห็บและหมัดมาทำร้ายจนน้องแมวป่วยนะคะ

วิธีกำจัดเห็บหมัดให้ไม่มารบกวนน้องแมว

สำหรับการกำจัดหมัดให้ไม่มารบกวนน้องแมวของเรา เริ่มแรกให้หวีขนน้องแมวด้วยหวีซี่ถี่ๆ ทั่วทั้งตัวแมว แล้วให้สลัดหวีใส่ในชามหรือโถที่ใส่แอลกอฮอล์เตรียมไว้ค่ะ จากนั้นให้อาบน้ำน้องแมวโดยเลือกใช้แชมพูสำหรับกำจัดเห็บหมัดโดยเฉพาะเพื่อความปลอดภัย โดยแนะนำให้ลองปรึกษาคุณหมอก่อนที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ สำหรับกำจัดเห็บหมัดให้น้องแมวนะคะ

จุดสำคัญอีกอย่างที่ควรใส่ใจในการแก้ปัญหาเห็บหมัด โดยเฉพาะกับผู้ที่เลี้ยงน้องแมวหลายๆ ตัวก็คือ เราจะต้องกำจัดแหล่งที่เห็บหมัดซ่อนตัวตามจุดต่างๆ ภายในบ้านที่น้องแมวอยู่อาศัย ด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการกวาดถูและดูดฝุ่นพื้นบ้าน ซอกเครื่องเรือนต่างๆ ให้สะอาดหมดจด จากนั้นถอดถุงเก็บฝุ่นในเครื่องดูดฝุ่นไปทิ้งหลังจากเสร็จสิ้นแล้ว หากในบ้านมีการปูพรมควรเลือกทำความสะอาดด้วยน้ำยาที่ปลอดภัยสำหรับแมว ส่วนโซฟาหรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีส่วนประกอบเป็นผ้าซึ่งน้องแมวมักจะชอบไปนอนอาจจะเลือกใช้สเปรย์สำหรับฆ่าเห็บหมัดที่ปลอดภัยสำหรับน้องแมวมาพ่นให้ทั่ว หรือหากน้องแมวมีที่นอนส่วนตัวก็ต้องอย่าลืมนำไปซักด้วยน้ำร้อนผสมผงซักฟอก เท่านี้ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้หมัดมารบกวนสุขภาพแมวของเราได้แล้วล่ะ

ภาพตัวอย่างน้องแมวที่เป็นโรคผิวหนังจากเชื้อรา
ขอบคุณภาพจากคุณ wkurOkO ที่กระทู้ https://pantip.com/topic/31279277

โรคผิวหนังจากเชื้อรา ปัญหาที่คนรักแมวไม่อยากให้เกิด

โรคนี้ถือเป็นฝันร้ายของคนที่รักแมวขนสวยๆ เลยทีเดียวค่ะ เพราะหากน้องแมวป่วยเป็นโรคนี้จะมีอาการคัน ชอบเอาตัวหรือหัวถูกับพื้นจนทำให้ขนร่วงเป็นหย่อมๆ รูปวงกลม และอาจขยายขนาดขึ้นจนอักเสบแดง กลายเป็นแมวขนร่วงลุกลามรวดเร็วจนน่ากลัวเลย โดยโรคแมวชนิดนี้เกิดจากเชื้อราที่มีชื่อเรียกว่า Microsporum canis ซึ่งพบได้บ่อยในแมวสายพันธุ์ที่มีขนยาวอย่างแมวเปอร์เซีย หรือแมวเมนคูน ฯลฯ ที่อาศัยอยู่ในสถานที่อับชื้นเป็นประจำ การอาบน้ำน้องแมวบ่อยเกินไปแล้วเช็ดขนของเค้าไม่แห้งสนิท หรือการที่เราใช้ผ้าเช็ดตัวกับน้องแมวหลายๆ ตัวร่วมกัน ก็มีโอกาสที่จะเกิดโรคแมวติดต่อไปยังน้องแมวตัวอื่นในบ้านเราได้ง่ายอีกด้วยนะคะ

วิธีป้องกันน้องแมวสุดรัก ไม่ให้เป็นโรคผิวหนังจากเชื้อรา

ถึงจะฟังดูน่ากลัว แต่โรคนี้เราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดกับน้องแมวได้ไม่ยาก เพียงทำความสะอาดเพื่อกำจัดเชื้อราในบริเวณที่แมวชอบไปอยู่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรา และควรดูดฝุ่นบ่อยๆ เพื่อลดปริมาณเชื้อ จากนั้นให้นำเครื่องใช้ของแมวมาซักล้างและตากแดดให้สะอาด หลีกเลี่ยงการอาบน้ำน้องแมวบ่อยเกินไป (แนะนำให้อาบน้ำน้องแมวเพียง 2-4 สัปดาห์ต่อครั้งก็เพียงพอ) และควรเช็ดขนน้องแมวให้แห้งสนิททุกครั้ง และที่สำคัญสำหรับผู้เลี้ยงน้องแมวหลายๆ ตัว ก็คือจะต้องไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวของน้องแมวร่วมกับตัวอื่น เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อราที่อาจหลงเหลืออยู่บนผืนผ้าแพร่กระจายจนกลายเป็นแมวขนร่วง แต่อย่างไรก็ดี หากใครที่พบว่าน้องแมวมีอาการของโรคผิวหนังจากเชื้อราแล้วล่ะก็ ขอแนะนำให้พาเค้าไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องจะดีที่สุดค่ะ

แม้ว่าโรคแมวที่เกี่ยวข้องกับผิวหนังเหล่านี้จะฟังดูน่ากลัว แต่เพียงเพื่อนๆ ดูแลแมวด้วยความเอาใจใส่ คอยหมั่นสังเกตพฤติกรรมและสุขภาพแมวที่เปลี่ยนไป ก็จะช่วยลดโอกาสที่เค้าจะเจ็บป่วยลงได้อีกมากเลยล่ะค่ะ และอีกอย่างที่สำคัญก็คือ เราควรจะบำรุงสุขภาพผิวหนังและเส้นขนของน้องแมวให้ดีขึ้นด้วยการเลือกอาหารแมวสูตรบำรุงขนอย่าง Purina ONE สูตรปลาแซลมอนและปลาทูน่า ที่มีสารอาหารสำคัญอย่างโอเมก้า 3&6 ให้เค้าได้ทานเป็นประจำ ก็จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยทำให้ผิวหนังเรียบ ไม่มีรังแค ขนนุ่มลื่นเป็นมันเงา ได้น้องแมวขนสวยกลับคืนมาสร้างความสุขให้เราได้ทุกวันแล้วล่ะ

 

อ้างอิง:
https://www.honestdocs.co/tick-protection-in-cats
http://www.thonglorpet.com/home/โรคที่เกิดจากเห็บหมัด-ภ/?lang=th
https://www.dogilike.com/content/ caring/2553/
https://www.facebook.com/Aumluck hospital/photos/a.35957778081055 3.1073741826.358991617535836/408 634239238240/?type=1&theater

Back

เรื่องน่ารู้ของน้องแมว