เพียวริน่า วัน | Purina ONE | อาหารแมวเกรดซุปเปอร์พรีเมี่ยม ครบถ้วนคุณค่าสารอาหาร ให้แมวของคุณเห็นความเปลี่ยนแปลงได้จริงใน 30 วัน ผ่าน 6 สัญญาณสุขภาพดี

ประวัติความเป็นมาของแมวเปอร์เซีย

แมวเปอร์เซียหรือ (Persian Cat) คือหนึ่งในสายพันธุ์น้องแมวขนสวยยาวเงางาม ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในสิบสายพันธุ์แมว ที่ได้รับความนิยมนำมาเลี้ยงมากที่สุดบนโลกนี้เลยล่ะค่ะ เดิมทีแมวเปอร์เซีย มีถิ่นกำเนิดมาจากแถบเปอร์เซีย ซึ่งอยู่ภายในประเทศตุรกีและอิหร่านในปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับชื่อของสายพันธุ์นี้ที่แต่เดิมมักจะเรียกกันว่า แมว Iranian(หรืออีกชื่อนึงก็คือแมว Shirazi) โดยมีบันทึกว่าบรรพบุรุษของแมวสายพันธุ์นี้ ถูกนำเข้าจากอิหร่านมาถึงยังประเทศอิตาลี ในช่วงปี ค.ศ. 1620 และได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงแมวในแถบยุโรปเป็นอย่างมาก จึงได้มีการนำไปขยายพันธุ์ในสหรัฐฯ ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1900 และได้รับการตั้งชื่อว่า Persian Cat ตามถิ่นกำเนิดของเค้านั่นเอง

ขนาดของแมวเปอร์เซีย

แมวเปอร์เซียนั้นจะมีขนาดกลางถึงใหญ่ โดยเพศผู้จะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 4-6 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 3-5 กิโลกรัม สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกของแมวเปอร์เซีย นั้นจัดเป็นแมวที่มีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีโครงร่างกายที่แข็งแรง หัวกลม แก้มกลม มีดวงตาโตสวยงาม นอกจากนั้นเพื่อนๆ จะสามารถสังเกตได้ว่าแมวเปอร์เซียจะมีจุดเด่นตรง “จมูกหัก” ซึ่งสังเกตได้ชัดเจน ถ้ามองเราจากด้านข้าง ก็จะเห็นเป็นขีดอยู่ระหว่างดวงตาทั้งสองข้างเลยค่ะ

ลักษณะของขน และสีของแมวเปอร์เซีย

ขนของแมวเปอร์เซียจะมีความยาวและหนาฟู มีความมันวาว เป็นหนึ่งในสายพันธุ์แมวขนสวยเงางาม โดยสีสันของแมวเปอร์เซียที่เรามักจะพบเห็นบ่อยจะเป็นสีขาว สีครีม สีแดง สีน้ำเงิน สีดำและสีช็อกโกแลต

นิสัยของแมวเปอร์เซียเป็นอย่างไร เหมาะกับคนเลี้ยงแบบไหน

ลักษณะนิสัยของแมวเปอร์เซียนั้น ส่วนใหญ่จะเข้ากับคนได้ง่าย ขี้อ้อน และมีไหวพริบดี โดยอาจจะมีนิสัยอื่นๆแตกต่างกันไป ตามเพศของน้องแมวเป็นหลัก โดยแมวเปอร์เซียเพศผู้มักจะเป็นแมวที่มีบุคลิกนิ่งๆ มีโลกส่วนตัวสูง แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์ เค้าอาจจะมีพฤติกรรมหนีเที่ยว ออกจากบ้าน หรือร้องเสียงดังเป็นปกติ

ส่วนแมวเปอร์เซียเพศเมีย ส่วนมากจะมีนิสัยที่เรียบร้อย ขี้อ้อน ขี้ประจบมากกว่าตัวผู้ แต่สำหรับบางตัว ก็จะมีโลกส่วนตัวสูง ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ค่ะ และเนื่องจากเป็นน้องแมวสายพันธุ์ที่ มีนิสัยเรียบร้อยและรักสันโดษ แบบนี้เองทำให้น้องแมวเปอร์เซีย สามารถอยู่อาศัยตัวเดียวได้ง่าย แมวเปอร์เซียจึงเหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่มีพื้นที่จำกัด หรือเลี้ยงภายในห้องแบบระบบปิด ที่ไม่ได้ปล่อยน้องแมวออกไปนอกบ้าน ที่สำคัญก็คือต้องเป็นคนที่มีเวลาดูแลใส่ใจขนของเค้า เป็นประจำสม่ำเสมอ

การดูแลขนของแมวเปอร์เซียอย่างเหมาะสม

สำหรับการดูแลแมวเปอร์เซียนั้น แน่นอนว่าเมื่อเค้าเป็นสายพันธุ์ที่มีขนยาว เราก็จำเป็นจะต้องใส่ใจ การดูแลขนสวยๆ ของเค้าเป็นพิเศษ เพื่อดูแลให้น้องแมวขนไม่ร่วง ด้วยการหมั่นแปรงขนแมว เป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 15 นาที โดยการแปรงควรเน้นในจุดที่น้องแมว ไม่สามารถเอื้อมไปเลียขนได้เป็นพิเศษด้วย เช่น ที่คอ ขา และหาง ฯลฯ เพื่อป้องกันการเกิดขนพันกันเป็นกระจุก ซึ่งจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคต่างๆ จนอาจทำให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบนั่นเองค่ะ
นอกจากการแปรงขนแมวแล้ว สิ่งสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ ก็คือการเลือกให้อาหารแมว บำรุงขนที่เหมาะสำหรับ น้องแมวขนยาวเป็นพิเศษอย่าง Purina ONE สูตร Indoor Advantage เพราะสูตรนี้จะเหมาะกับแมวขนยาว ที่เกิดก้อนขนได้ง่าย อุดมด้วยไฟเบอร์จากธรรมชาติสูงถึง 5% ช่วยลดการก่อตัวของก้อนขน ที่น้องแมวเปอร์เซียสะสมอยู่ในลำไส้ จากการเลียทำความสะอาดร่างกาย ด้วยการผลักก้อนขนออกมาผ่านการขับถ่าย และมีแคลอรีต่ำ เพราะทำมาจากเนื้อไก่ สำหรับแมวเลี้ยง ในบ้านที่มีกิจกรรมน้อย เพื่อนๆ สามารถคลิกเข้าไปเลือกซื้อ อาหารแมวบำรุงขนได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ที่นี่ เท่านี้เราก็สามารถดูแลแมวเปอร์เซียได้เป็นอย่างดีแล้วล่ะ

สิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษในการดูแลแมวเปอร์เซีย

อีกเรื่องนึงที่สำคัญสำหรับการดูแลแมวเปอร์เซียก็คือ แมวสายพันธุ์นี้ มักจะมีปัญหาเรื่องท่อน้ำตาอุดตันได้ง่าย ทำให้เกิดเป็นคราบน้ำตาแห้งกรังติดอยู่รอบดวงตาเป็นระยะ ซึ่งวิธีแก้ไขเบื้องต้น ก็คือเราสามารถใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น คอยเช็ดรอบดวงตาของเค้าอย่างสม่ำเสมอ และขอแนะนำให้ทุกคนพาลูกแมวเปอร์เซียไปพบคุณหมอเพื่อรับวัคซีนแมวและ ตรวจสุขภาพแมวประจำปีด้วยนะ เราจะได้ดูแลเค้าให้อยู่ออดอ้อนกับเราไปได้นานๆ ยังไงล่ะคะทุกคน

Back

เรื่องน่ารู้ของน้องแมว