มาเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้น้องแมว ห่างไกลจากโรคกันเถอะ | Purina ONE

มาเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้น้องแมว ห่างไกลจากโรค

ไม่ว่าจะเป็นคนเรา หรือแม้แต่น้องแมวก็ตาม การดูแลสุขภาพให้ดีต้องดีทั้งภายนอกและภายใน ดังนั้นการดูแลสุขภาพแมวให้ดีจึงไม่ใช่แค่การดูแลทำความสะอาดร่างกายให้สะอาด มีการแปรงฟัน เช็ดหู หรือดูและให้แมวมีขนสวยนุ่มน่ากอดเพียงเท่านั้น แต่การดูแลสุขภาพแมวให้ดีจะรวมไปถึงการสร้างเกราะป้องกันภายในให้กับร่างกาย หรือการเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันด้วย ซึ่งการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของน้องแมวที่จะช่วยให้สุขภาพแมวดีได้นั้นถือเป็น 1 ใน 6 สัญญาณสุขภาพดีที่น้องแมวทุกตัวควรมี มาถึงตรงนี้แล้ว ลองมาทำความรู้จักกับระบบภูมิคุ้มกันอีกสักนิด ถ้าเราอยากให้น้องแมวมีภูมิต้านที่ดี มีร่างกายที่แข็งแรงต้องบำรุงแมวด้วยอะไร จะสังเกตได้ด้วยตัวเองได้อย่างไร และต้องทำอะไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

รู้จักระบบภูมิคุ้มกัน

รู้จักระบบภูมิคุ้มกัน

ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีหน้าที่ในการต่อสู้กับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย รวมถึงทำหน้าที่ในการจัดการเซลล์ที่ผิดปกติด้วย ซึ่งการจะทำหน้าที่นี้ได้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจำเป็นต้องแยกระหว่างเซลล์ร่างกายปกติของตนเอง และเซลล์ที่ไม่ใช่เซลล์ร่างกายปกติออกจากกัน เพื่อที่จะแยกแยะเซลล์ของร่างกายออกจากเหล่าเชื้อโรคร้ายต่างๆ เช่น ไวรัส แบคทีเรีย สารเคมี สิ่งแปลกปลอม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะจัดเป็นเซลล์ที่ไม่ใช่เซลล์ร่างกายปกติ โดยระบบภูมิคุ้มกันจะทำงานโดยการป้องกัน เข้าโจมตี และทำลายสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้เมื่อเข้าสู่ร่างกาย

ปราการ 3 ด่านป้องกันโรค

ร่างกายจะมีปราการที่คอยป้องกันการบุกรุกของเชื้อโรคทั้งหลายที่จะเข้ามาทำให้ร่างกายของแมว แบ่งให้เข้าใจง่ายๆ ออกได้เป็น 3 ด่าน โดยเริ่มต้นจากระบบห่อหุ้มร่างกาย ภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด และภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะที่เกิดจากการได้รับสิ่งแปลกปลอม

     
  • ระบบห่อหุ้มร่างกาย (Physical Barrier) : เป็นปราการด่านแรกที่จะคอยป้องกันเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย โดยระบบห่อหุ้มร่างกายนี้จะประกอบด้วย ผิวหนัง กระจกตา และเยื่อบุในระบบต่างๆ ทั้งระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินปัสสาวะ และระบบสืบพันธุ์ ตราบใดที่ระบบห่อหุ้มร่างกายนี้ไม่ฉีกขาดหรือถูกทำลาย เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ก็ยากที่จะเข้ามาในร่างกายได้ แต่หากระบบห่อหุ้มร่างกายมีการฉีกขาด เช่น เกิดแผลที่ผิวหนัง ก็มีโอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อขึ้นได้ ระบบห่อหุ้มร่างกายนี้มีผู้ช่วยที่สำคัญคือ จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยต่อกรกับแบคทีเรียที่ก่อโรค ตัวอย่างเช่น จุลินทรีย์ประจำถิ่นที่อาศัยอยู่ในทางเดินอาหาร เป็นต้น
  •      
  • ภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด (เรียกอีกชื่อว่า ภูมิคุ้มกันชนิดไม่จำเพาะ) : เป็นภูมิคุ้มกันที่มีมาตั้งแต่กำเนิด จะเป็นด่านแรกในการต่อสู้และป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้ามาในร่างกายแมว โดยทำการโจมตีเชื้อโรคทั้งหลายแบบไม่จำเพาะกับเชื้อโรคชนิดใดชนิดหนึ่ง ดังนั้นไม่ว่าเชื้อโรคอะไรเข้ามาก็ต้องมาเจอกับทหารด่านหน้านี้ก่อน ซึ่งทำให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบ ปฏิกิริยานี้ของร่างกายถือเป็นกระบวนการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันชนิดไม่จำเพาะ โดยเมื่อร่างกายถูกรุกรานโดยเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม เม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ที่เป็นทหารด่านหน้าในกระแสเลือดจะเข้ามากำจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้น
  •      
  • ภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะที่เกิดหลังจากการได้รับสิ่งแปลกปลอม : เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเจอกับเชื้อโรคหลายๆ ชนิด จะเกิดกระบวนการในการจดจำเชื้อโรค หากร่างกายได้รับหรือถูกโจมตีโดยเชื้อโรคชนิดเดิมอีกครั้ง เม็ดเลือดขาวในร่างกายจะตอบสนองต่อเชื้อโรคที่เข้ามานี้อย่างจำเพาะเจาะจง และการตอบสนองต่อเชื้อโรคจะเกิดอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับเซลล์หลายชนิด เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ แอนติบอดี้ เป็นต้น ซึ่งภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะมีทั้งแบบที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง และรับจากภายนอก ตัวอย่างเช่น การทำวัคซีนให้แมว ก็จัดเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะให้กับแมวแบบรับจากภายนอกโดยร่างกายไม่ได้สร้างขึ้นเอง
  • ภูมิคุ้มกันของน้องแมวสำคัญอย่างไร

    ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายที่ดี ถือเป็น 1 ใน 6 สัญญาณสุขภาพดีที่น้องแมวควรมี สังเกตง่ายๆ ผ่านทางความร่าเริง เคลื่อนไหว อย่างกระฉับกระเฉง อุจจาระแมวสุขภาพดีเป็นก้อนไม่เหลว การเติบโตที่สมวัย ไม่เป็นโรคต่างๆ ได้ง่าย ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันนั้นประกอบไปด้วยโครงข่ายการทำงานของเม็ดเลือดขาว แอนติบอดี้ และสารต่างๆ ที่ช่วยกันต่อต้านเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมที่เล็ดลอดเข้ามาในร่างกาย ดังนั้นแมวที่มีการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์ ย่อมมีความสามารถในการต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ที่อาจทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติได้

    เมื่อแมวมีระบบภูมิต้านทานที่อ่อนแอลง แมวอาจแสดงอาการเจ็บป่วยต่างๆ ออกมาให้เห็น ไม่ว่าจะเป็น การป่วยแบบเรื้อรัง การติดเชื้อซ้ำซ้อน มีอาการเบื่ออาหาร ไม่มีเรี่ยวแรง ขนหลุดร่วงแห้งขาด ผิวหนังมีปัญหา โดยโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันที่พบได้บ่อยในแมว เช่น โรคไข้หัดแมว โรคลิวคีเมียในแมว โรคเอดส์แมว เป็นต้น

    เสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับแมว

    เสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับแมว

    เพราะระบบภูมิคุ้มกันของแมวมีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งเราก็สามารถช่วยให้น้องแมวมีระบบภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์ เพื่อมาต้านทานกับโรค และสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่อาจเข้ามาทำร้ายร่างกายของแมว ดูแลกันได้ตั้งแต่ยังเป็นลูกแมวด้วยตัวคุณเอง เพียงเริ่มจาก

         
  • รับภูมิคุ้มกันผ่านทางน้ำนมแม่ : เนื่องจากในช่วงแรกเกิดลูกแมวยังไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้เอง จึงจำเป็นต้องได้รับภูมิคุ้มกันที่ได้รับมาจากแม่ ซึ่งภูมิคุ้มกันแบบนี้แม่แมวจะถ่ายทอดให้ลูกได้ 2 วิธี คือ จากการถ่ายทอดให้ในระหว่างการตั้งท้อง และให้ผ่านทางโคลอสตรัม หรือนมน้ำเหลือง ซึ่งช่วยให้ลูกแมวมีความต้านทานต่อการติดเชื้อต่างๆ มากกว่าลูกแมวที่ไม่ได้รับโคลอสตรัม นอกจากจะช่วยเรื่องระบบภูมิคุ้มกันแล้ว นมของแม่แมวยังช่วยให้ลูกแมวมีร่างกายแข็งแรง มีพัฒนาการรวดเร็ว ซึ่งภูมิคุ้มกันที่แม่แมวถ่ายทอดมาให้ลูกนี้จะอยู่ได้ประมาณ 6-8 สัปดาห์ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องฉีดวัคซีนให้กับลูกแมวในช่วงเวลาหลังจากนั้น เพราะว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันที่ลูกแมวได้รับมาจากแม่กำลังเริ่มหมดไปแล้วนั่นเอง
  •      
  • ทำวัคซีนให้น้องแมว : การทำวัคซีนให้น้องแมว เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อมาต่อสู้กับโรคติดเชื้ออันตรายที่อาจทำให้น้องแมวเสียชีวิตได้ การทำวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของโรคหากแมวติดเชื้อโรค แต่ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าแมวที่ได้รับวัคซีนแล้วจะไม่ป่วยเป็นโรคนั้น โดยเราสามารถพาลูกแมวไปเริ่มทำวัคซีนเข็มแรกได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือน ซึ่งวัคซีนที่จำเป็นต้องทำสำหรับแมวในประเทศไทยปัจจุบัน คือ วัคซีนป้องกันโรคหัด-หวัดแมว วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และวัคซีนป้องกันโรคลิวคีเมีย (FeLV) โดยโปรแกรมการทำวัคซีนแมวแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสัตวแพทย์
  •      
  • เลือกอาหารที่ดี : สารอาหารถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายแมวมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ซึ่งสารอาหารสำคัญ ได้แก่
  •           o โปรตีน และกรดอะมิโน : กรดอะมิโนชนิดอาร์จินีน มีส่วนเสริมการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งกรดอะมิโนชนิดนี้พบได้ในส่วนประกอบที่อยู่ในอาหาร เช่น ไก่ ปลา ไข่ เป็นต้น

              o กรดไขมัน : กรดไขมันที่เรารู้จักกันดีนั่นก็คือ โอเมก้า 3 แบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ EPA และ DHA ซึ่งโอเมก้า 3 นี้มักเป็นส่วนผสมในอาหารน้องแมวคุณภาพดี มีส่วนช่วยในการลดการอักเสบ เช่น การอักเสบของข้อ ทั้งยังสำคัญต่อการทำงานของสมองและระบบประสาทด้วย โดยพบได้ในปลาทะเล เมล็ดแฟลกซ์

              o สารต้านอนุมูลอิสระ : วิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ซิลิเนียม และซิงค์ ถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของแมวซึ่งหลายๆ คนคุ้นหูหรือเคยได้ยินชื่อมาบ้าง โดยสารต้านอนุมูลอิสระนี้มีคุณสมบัติในการช่วยให้ร่างกายไม่ถูกทำร้ายด้วยอนุมูลอิสระต่างๆ จนทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ และมักเป็นส่วนประกอบในอาหารเกรดพรีเมี่ยมสำหรับน้องแมวด้วย

    เสริมน้องแมวมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงด้วยอาหาร

    เพราะภูมิต้านทานเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับน้องแมว หลายคนจึงเริ่มสงสัยว่าเราจะทำอย่างไรให้น้องแมวมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงห่างไกลจากโรคต่างๆ บอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ยาก เพราะการสร้างภูมิต้านทานให้น้องแมวนั้นเราก็สามารถช่วยสร้างให้น้องแมวได้ โดยนอกเหนือไปจากการทำวัคซีนตามโปรแกรมที่สัตวแพทย์กำหนด เพื่อสร้างเกราะป้องกันโรคให้กับแมวได้ตั้งแต่หลังหย่านมแล้ว ก็อย่าลืมมองหาอาหารที่มีส่วนผสมของโปรตีน รวมทั้งกรดไขมัน และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยให้ระบบภูมิต้านทานในร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

              o สำหรับลูกแมว : ควรเลือกอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน โดยเน้นสูตรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เสริม DHA ที่พบในน้ำนมแม่ เพื่อช่วยให้พัฒนาการทางสมองและการมองเห็นของลูกแมวสมบูรณ์ เช่น PURINA ONE เฮลธี้ คิทเท่น ฟอร์มูล่า ที่นอกจากจะมี DHA และมีสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว ยังมีสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการของลูกแมวอายุตั้งแต่ 3 สัปดาห์ - 1 ปี ย่อยง่ายจากเนื้อไก่และข้าว มีโปรตีนสูงถึง 40% เหมาะสำหรับลูกแมวที่กำลังเจริญเติบโต

              o สำหรับแมวโตเต็มวัย : ควรเลือกอาหารที่มีส่วนผสมของ วิตามิน เอ วิตามิน อี และซิลิเนียม ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเรื่องการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างภูมิต้านทานของน้องแมวให้แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย วิตามินแมวต้องมีแบบนี้ หาได้จาก เพียวริน่า วัน เท็นเดอร์ ซีเล็กซ์ เบลนด์ สูตรปลาแซลมอนและทูน่า หนึ่งเดียวที่ให้ครบถ้วนเรื่องวิตามินแมวที่ต้องมี ได้บำรุงแมว และเสริมภูมิคุ้มกันอย่างที่เจ้าของอย่างเราต้องการ

    เสริมน้องแมวมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงด้วยอาหาร

    แม้เราจะเสริมให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงแค่ไหน แต่สิ่งสำคัญที่เราต้องไม่พลาดไป ก็คือหมั่นสังเกตความผิดปกติ หรืออาการต่างๆ ที่กำลังบ่งบอกว่าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเริ่มมีปัญหาด้วย หากพบว่าแมวมีความผิดปกติหรือมีอาการป่วย ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ให้รีบพาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย ไม่ควรให้ยาหรือรักษาอาการเบื้องต้นเองก่อนที่จะทราบสาเหตุของโรค เพราะการให้ยาโดยไม่ทราบขนาด การออกฤทธิ์และผลข้างเคียงของยาอาจส่งผลเสียต่อแมวได้

    นอกจากนี้ควรพาน้องแมวไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ป้องกันเห็บหมัดทุกเดือน และถ่ายพยาธิทุก 3-6 เดือน ที่สำคัญคืออย่าลืมเลือกอาหารที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และเสริมสุขภาพแมว เท่านี้สัญญาณสุขภาพดี ระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงก็จะมีในน้องแมวของคุณแล้วล่ะ

    Back

    เรื่องน่ารู้ของน้องแมว