สิ่งที่เราควรเข้าใจ เพื่อป้องกันโรคไตให้น้องแมว

เมื่อเอ่ยถึงโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากให้น้องแมวแสนรักของเราต้องกลายเป็นแมวป่วยจริงไหมคะ โดยเฉพาะโรคไตนั้น ถือเป็นหนึ่งในโรคแมวที่เกี่ยวข้องทางเดินปัสสาวะที่พบได้มากที่สุด โดยมักจะพบในน้องแมวอายุยืนเพราะไตเป็นอวัยวะที่สามารถเสื่อมสภาพได้ตามกาลเวลา แต่สำหรับน้องแมวบางตัวก็มีโอกาสที่จะเกิดโรคแมวชนิดนี้ได้โดยที่มีหลายปัจจัยสาเหตุประกอบกันค่ะ ดังนั้นในครั้งนี้เราจะมาทำความรู้จักสาเหตุพร้อมกับหาวิธีป้องกันเพื่อดูแลแมวของเราให้ห่างไกลโรคไตกันดีกว่าค่ะ

พฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบไหน ที่เสี่ยงต่อการเป็นแมวโรคไตบ้าง?

โดยปกติแล้ว การที่จะกลายเป็นแมวโรคไตนั้น มักจะมีปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้นได้มากมายหลายสาเหตุ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นรูปแบบได้ ดังนี้

- ความเสี่ยงจากอายุของน้องแมวที่มากขึ้น อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ว่าน้องแมวอายุยืนยาวนั้นอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดโรคไตได้ค่ะ นอกจากอายุแล้วยังมีการพบว่าบางสายพันธุ์ของน้องแมว จะมีแนวโน้มในการเกิดโรคแมวที่เกี่ยวกับไตได้สูงกว่าแมวสายพันธุ์อื่น เช่น แมวเปอร์เซียแมวอเมริกันช็อตแฮร์ เป็นต้น
- น้องแมวที่มีพฤติกรรมการดื่มน้ำที่ไม่เหมาะสม คนเลี้ยงแมวส่วนใหญ่มักจะเข้าใจกันว่า การให้อาหารแมวที่มีรสเค็มเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้เกิดโรคไต แต่อันที่จริงแล้วหากน้องแมวของเรามีพฤติกรรมการดื่มน้ำที่พอเหมาะ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไตได้มากขึ้น ดังนั้นเราจึงควรหมั่นสังเกตน้องแมวอย่างสม่ำเสมอหากเห็นว่าเค้าทานน้ำในปริมาณที่น้อยให้กระตุ้นให้น้องแมวทานน้ำสะอาดให้มากขึ้นด้วยการเลือกใช้ชามใส่น้ำแบบน้ำพุแมว แทนใส่น้ำในชามแบบปกติค่ะ
- ความเสี่ยงจากการเลี้ยงดูน้องแมวแบบปล่อยนอกบ้าน เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่าเค้าจะไปทานอาหารหรือกินน้ำไม่สะอาดจนกลายเป็นแมวป่วยหรือไม่ หากน้องแมวไปเลือกดื่มน้ำจากแหล่งน้ำขังหรือในกระถางต้นไม้ เค้าอาจจะได้รับสารพิษจากยาฆ่าแมลง ปุ๋ยต่างๆ โดยเฉพาะสารเคมีประเภทน้ำยาหล่อเย็น (กลุ่มAntifreez) ที่เรามักจะใช้ในรถหรือเครื่องปรับอากาศ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการไตวายเฉียบพลันในน้องแมวได้นั่นเอง

จุดสังเกตเริ่มแรกของแมวโรคไต

สำหรับใครที่สงสัยว่า น้องแมวของเราต้องมีอาการยังไงถึงจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคไตได้นั้น เริ่มแรกให้ลองเช็คดูตามนี้ค่ะ - ตรวจสอบดูว่าน้ำหนักตัวของน้องแมวลดลงอย่างรวดเร็วผิดปกติหรือไม่ แมวเบื่ออาหารทานได้น้อยลงไหม รวมถึงมักจะทานน้ำบ่อยขึ้นหรือเปล่า
- น้องแมวมีกลิ่นปากและลมหายใจเหม็นมากกว่าเดิม หรือมีอาการปากเป็นแผล
- น้องแมวที่มีอาการของโรคไตบางตัวอาจมีอาการอาเจียนพร้อมทั้งมีถ่ายเหลวและท้องเสียร่วมด้วย
- หมั่นสังเกตว่าน้องแมวมักจะเลียตรงบริเวณขับถ่ายบ่อยขึ้นอาจเป็นเพราะปวด รวมถึงฉี่ไม่ลงกระบะทรายเพราะควบคุมการปัสสาวะไม่ได้หรือไม่ หากมีโอกาสให้ตรวจเช็คดูว่าปัสสาวะของน้องแมวมีเลือดปะปนหรือมีความขุ่นมากกว่าปกติ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของแมวป่วยที่เรากังวลได้ค่ะ
หากน้องแมวของใครมีอาการตามที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อความแน่นอนขอแนะนำให้เพื่อนๆ พาเค้าไปพบกับสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็คร่างกายโดยละเอียดด้วยนะคะ

การป้องกันไม่ให้น้องแมวของเราเป็นโรคไต

เพื่อลดความเสี่ยงในการไม่ให้น้องแมวเป็นโรคไตนั้น สิ่งแรกที่ทุกคนควรใส่ใจก็คือ

1. ควรเลือกวิธีการเลี้ยงแมวในระบบปิด เพราะจะช่วยให้เราสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมที่น้องแมวอยู่อาศัยได้ง่าย และมีโอกาสที่จะได้รับสารเคมีหรือสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคไตได้น้อย
2. ควรป้อนน้ำที่สะอาดให้กับเค้าอย่างสม่ำเสมอ โดยปริมาณของน้ำที่น้องแมวควรจะได้รับต่อวันนั้น อยู่ที่ประมาณ 50 มิลลิลิตรต่อน้ำหนัก1 กิโลกรัม ดังนั้นหากแมวของเพื่อนๆ มีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 3 - 5 กิโลกรัม ปริมาณน้ำที่เค้าควรได้รับต่อวันก็จะอยู่ที่ประมาณ150 - 250 มิลลิลิตร/วัน บวกลบได้นิดหน่อยนั่นเองค่ะ
3. ปรับรูปแบบการให้น้ำกับน้องแมวอย่างเหมาะสม หากเราเห็นว่าน้องแมวทานน้ำน้อยกว่ามาตรฐานแล้วล่ะก็ ลองปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้น้ำของเค้า อย่างเช่น วางชามใส่น้ำสะอาดเอาไว้ในจุดที่แมวชอบอยู่หลายๆ จุด รวมถึงวางตำแหน่งของน้ำให้อยู่ห่างจากกระบะทรายหรือห้องน้ำ เพื่อนๆ อาจจะเลือกเปลี่ยนภาชนะใส่น้ำเป็นน้ำพุสำหรับแมว ที่ช่วยกระตุ้นให้น้องแมวอยากทานน้ำมากขึ้น ที่สำคัญต้องไม่ลืมเปลี่ยนน้ำสะอาดให้กับเค้าเป็นประจำด้วยนะคะ

สุดท้ายนี้ ข้อแนะนำสำหรับน้องแมวที่มีอายุมากกว่า 7 ปีแล้ว Purina ONE ขอแนะนำให้เพื่อนๆ อย่าลืมพาเค้าไปตรวจสุขภาพแมวเป็นประจำ รวมถึงคอยสังเกตว่ามีอาการใดที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติหรือเปล่า แต่ถึงแม้น้องแมวของใครจะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตไปแล้วก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะเราสามารถขอคำปรึกษาจากสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อใช้วิธีดูแลแมวให้มีอายุยืนยาวต่อไปได้อย่างปลอดภัยค่ะ

Back

เรื่องน่ารู้ของน้องแมว