รู้จักกับแมวเบงกอล (Bengal) พร้อมเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ | Purina ONE

รู้จักกับแมวเบงกอล (Bengal) พร้อมเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ

ทำความรู้จักกับแมวเบงกอล (Bengal)

หากคุณเป็นคนรักแมว ที่ชื่นชอบสัตว์ป่าในกลุ่มแมวป่าหรือเสือ แต่ยังต้องการอุปนิสัยที่น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนแมวบ้าน แมวเบงกอล เป็นสายพันธุ์ที่เหมาะกับคุณเป็นอย่างยิ่ง เพราะภายใต้หน้าตาอันดุดันนั้น กลับแฝงไปด้วยความขี้อ้อนอย่าบอกใคร มารู้จักกับแมวสายพันธุ์กันอย่างละเอียดในบทความนี้กันเลย

ทำความรู้จักกับแมวเบงกอล (Bengal)

ประวัติของแมวเบงกอล (Bengal)

แมวเบงกอล (Bengal) มีต้นกำเนิดมาจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างเมวป่ากับแมวบ้าน โดยในช่วงเริ่มแรก Jean S. Mill นักอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์สัตว์ต้องการให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหาการลักลอบล่าและค้าขายสัตว์ป่า จึงริเริ่มโครงการวิจัยแมวสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมา เพื่อให้ผู้คนหันมาเลี้ยงแมวบ้านที่มีลักษณะคล้ายเสือหรือแมวป่า แทนการลักลอบซื้อสัตว์ป่ามาเลี้ยงแบบผิดกฎหมาย โดยทดลองผสมพันธุ์ระหว่างแมวดาวเอเชีย และแมวพื้นเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นก็ทำการพัฒนาสายพันธุ์เรื่อยมา จนได้แมวที่มีลักษณะทางกายภาพและความแข็งแรงเหมือนแมวป่า แต่มีอุปนิสัยเหมือนแมวบ้าน ก็คือแมวเบงกอลนั่นเอง ต่อมาสายพันธุ์เบงกอลก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสายพันธุ์แมวบ้านครั้งแรกในปี ค.ศ.1986 โดย The international cat association (TICA) ในเวลาต่อมา แมวเบงกอลยังได้รับรางวัลจากเวทีประกวดแมวสากล จนกลายเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มคนเลี้ยงแมวอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลายคนอาจยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับแมวเบงกอล นั่นคือการเข้าใจว่าแมวเบงกอลเป็นสัตว์ป่า หรือสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ (exotic pet) แต่ความจริงแล้วแมวเบงกอลนั้นถูกพัฒนาสายพันธุ์มามากว่าหลายสิบปี จนกลายเป็นแมวบ้านพันธุ์แท้ ที่ได้รับการรับรองสายพันธุ์ และมีลักษณะมาตรฐานประจำสายพันธุ์ ทั้งด้านโครงสร้างภายนอก รวมทั้งอุปนิสัยที่สามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้เหมือนแมวสายพันธุ์อื่น ๆ อย่างที่กล่าวไปแล้วในข้างต้น

8 เรื่องน่ารู้ของแมวเบงกอล (Bengal)

8 เรื่องน่ารู้ของแมวเบงกอล (Bengal)

1. ขนาดของแมวเบงกอล (Bengal)

สำหรับคนเลี้ยงแมว ที่ไม่เคยเลี้ยงแมวเบงกอลมาก่อน มักจะรู้สึกว่าแมวเบงกอลมีรูปร่างและขนาดตัวที่ใหญ่ผิดไปจากแมวปกติ แต่นั่นเป็นขนาดปกติของแมวสายพันธุ์นี้ เพราะน้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 4-7 กิโลกรัม ลำตัวยาวประมาณ 8-10 นิ้ว สะโพกใหญ่ ร่างกายล่ำสัน เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ดวงตากลมโต มีรอยแต้มสีดำบริเวณรอบดวงตา ใบหูขนาดเล็กและปลายหูโค้งมน และโดยทั่วไป แมวเบงกอลตัวเมียจะมีขนาดที่เล็กกว่าตัวผู้เล็กน้อย

2. บุคลิกของแมวเบงกอล (Bengal)

ด้วยความที่แมวเบงกอล เป็นสายพันธุ์ที่มีส่วนผสมของแมวป่า จึงทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าแมวสายพันธุ์นี้ดุร้าย แต่แท้ที่จริงแล้ว แมวเบงกอลนั้นเป็นแมวที่ฉลาด เชื่อง ขี้อ้อน ชอบเป็นที่รักและได้รับความสนใจจากผู้คน แต่ถึงอย่างนั้นแมวเบงกอลก็ยังคงมีสัญชาตญาณสัตว์ป่า เป็นนักล่าที่มีหูตาว่องไว รักการปีนป่าย ชอบไล่จับสิ่งมีชีวิต และที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ แมวเบงกอลนั้นชื่นชอบการเล่นน้ำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแตกต่างจากแมวบ้านทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้นก่อนที่จะเลี้ยงแมวเบงกอล คนเลี้ยงจึงควรเข้าใจธรรมชาติและอุปนิสัยของแมวพันธุ์นี้เบื้องต้น เพื่อเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดหาของเล่นแมว จัดพื้นที่ให้แมวได้ออกกำลังกายภายในบ้าน หรือการพาแมวเบงกอลออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เช่น การว่ายน้ำ เป็นต้น อย่างไรก็ตามด้วยความปราดเปรียวและความซุกซนของแมวเบงกอล คนเลี้ยงอาจต้องระมัดระวังพฤติกรรมทำลายข้าวของภายในบ้าน โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ แต่ปัญหานี้จะหมดไป หากคุณหมั่นฝึกอบรมแมวเบงกอลตั้งแต่ที่พวกเขาอายุยังน้อย ๆ

ภาพรวมความสามารถในด้านการปรับตัวของแมวเบงกอล

❤ ❤ ❤ ❤
- ปรับตัวได้ดีกับการอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ หรือห้องพัก ❤ ❤ ❤ ❤
- เหมาะกับเจ้าของมือใหม่ผู้ที่เริ่มเลี้ยงแมว ❤ ❤ ❤
- ขี้กลัวหรือขี้ตกใจ ❤ ❤
- อยู่ได้ตัวเดียวลำพัง ❤ ❤
- ทนต่ออากาศหนาวเย็น ❤ ❤ ❤ ❤
- ทนต่ออากาศร้อน ❤ ❤ ❤ ❤

ภาพรวมด้านความเป็นมิตรของแมวเบงกอล

❤ ❤ ❤ ❤
- เหมาะกับการเลี้ยงร่วมกับคนในครอบครัว ❤ ❤ ❤ ❤ ❤
- เป็นมิตรกับเด็ก ❤ ❤ ❤ ❤ ❤
- เป็นมิตรสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ❤ ❤ ❤ ❤ ❤
- เป็นมิตรกับแมวอื่น ❤ ❤ ❤ ❤ ❤
- เป็นมิตรกับคนแปลกหน้า ❤ ❤ ❤ ❤ ❤

ความฉลาดของแมวเบงกอล

❤ ❤ ❤ ❤ ❤

3. ลักษณะขนและสีของแมวเบงกอล

แมวเบงกอล เป็นแมวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สะดุดตาผู้คนตั้งแต่แรกเห็น จุดเด่นของแมวเบงกอลจะอยู่ที่เส้นขนที่เป็นลายจุดหรือลายหินอ่อนเรียงกันแบบไร้แบบแผน ตัดกับสีพื้นหลังของขนลำตัวอย่างชัดเจน ที่ดูเผิน ๆ จะคล้ายกับแมวป่า ความยาวของเส้นขนสั้นถึงปานกลาง เส้นขนเรียงตัวกันสวยงาม และมีผิวสัมผัสที่เรียบแน่น จึงหมดกังวลเรื่องปัญหาขนร่วงฟุ้งกระจายติดตามเสื้อผ้าและของใช้ต่าง ๆ ภายในบ้านไปได้เลย นอกจากนี้การดูแลเส้นขนของแมวเบงกอลนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่คุณแปรงขนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อช่วยในการผลัดเส้นขนก็เพียงพอแล้ว อย่างไรก็ตามคนเลี้ยงก็ไม่ควรชะล่าใจ เนื่องจากปัญหาของโรคผิวหนัง ยังเกี่ยวข้องกับอีกหลายปัจจัย ทั้งเรื่องความแข็งแรงของเส้นขน สภาพอากาศ สุขภาพของน้องแมว ดังนั้นการดูแลสุขภาพผิวหนังและเส้นขน ด้วยสารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวหนังและเส้นขน เช่น วิตามิน E และกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ยังถือเป็นเรื่องสำคัญ

8 เรื่องน่ารู้ของแมวเบงกอล (Bengal)

4. การดูแลสุขภาพของแมวเบงกอล

แม้แมวเบงกอลจะถูกพัฒนาสายพันธุ์มาจากแมวป่า จนเรียกได้ว่ามีความแข็งแรงของร่างกายมากกว่าแมวบ้านสายพันธุ์อื่น ๆ ในระดับหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ตามเรายังพบว่า แมวเบงกอลนั้นก็สามารถมีโรคประจำสายพันธุ์ได้เช่นกัน โดยโรคหรือความผิดปกติที่พบได้บ่อยในแมวเบงกอล ได้แก่ โรคปลายประสาทเสื่อม (Distal neuropathy) โรคกล้ามเนื้อหัวใจ hypertrophic cardiomyopathy ภาวะเม็ดเลือดแดงแตกจากการขาดเอนไซม์ไพรูเวท ไคเนส (Erythrocyte pyruvate kinase deficiency) ภาวะกระดูกซี่โครงแบนผิดปกติในแมวเด็ก (Flat-chested kitten syndrome) โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip dysplasia) โรคสะบ้าเคลื่อน (Patellar luxation) และโรคจอประสาทตาเสื่อม (Progressive retinal atrophy) เป็นต้น

ภาพรวมด้านสุขภาพของแมวเบงกอล

❤ ❤ ❤
- แนวโน้มที่จะอ้วน ❤ ❤
- ความขี้เล่น ❤ ❤ ❤ ❤ ❤
- ความง่ายในการดูแลขนและความสะอาด ❤ ❤ ❤ ❤ ❤
- ปริมาณการผลัดขน ❤ ❤
- ความต้องการออกกำลังกาย ❤ ❤ ❤ ❤ ❤

5. ความต้องการสารอาหารของแมวเบงกอล (Bengal)

การเลือกชนิดและสัดส่วนของสารอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และกิจกรรมของแมวเบงกอลนั้น จะช่วยให้พวกเขาสามารถเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์แข็งแรง โดยสารอาหารที่จำเป็นต่อแมวเบงกอล ได้แก่

โปรตีน

เป็นสารอาหารที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับแมวเบงกอล เพราะแมวเบงกอลมีส่วนผสมด้านสายพันธุ์ของแมวป่า จึงจะมีความต้องการโปรตีนจากเนื้อสัตว์มากกว่าแมวบ้านทั่วไป เพื่อนำไปสร้างและซ่อมแซมโครงสร้างร่างกาย และเสริมพลังงานในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

คาร์โบไฮเดรต

เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญไม่น้อยไปว่าโปรตีน เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงานของเซลล์ในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งจำเป็นในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ แต่ควรพิจารณาให้คาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่เหมาะสม พร้อมกับดูแลเรื่องกิจกรรมออกกำลังกาย เพื่อป้องกันไม่ให้แมวมีภาวะอ้วนตามมา

ไขมัน

เป็นสารอาหารอีกชนิดที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย นอกจากนี้ไขมันยังช่วยในการดูดซึมของวิตามิน รวมทั้งยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และเสริมความแข็งแรงของผิวหนังและเส้นขน เช่น กรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6

วิตามิน และแร่ธาตุอื่นๆ

ถือเป็นสารอาหารที่สำคัญ แม้ว่าแมวจะต้องการในปริมาณน้อย แต่หากได้รับไม่เพียงพอหรือได้รับมากเกินไป ก็อาจส่งผลให้การทำงานของร่างกายผิดปกติได้ เช่น วิตามิน A ที่ช่วยเรื่องการบำรุงระบบประสาทและการมองเห็น แคลเซียมและฟอสฟอรัส ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก เป็นต้น

8 เรื่องน่ารู้ของแมวเบงกอล (Bengal)

นอกจากนี้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านสารอาหาร และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคและความผิดปกติต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคทางระบบหัวใจ โรคทางระบบประสาท รวมถึงความผิดปกติเกี่ยวกับกระดูกและกล้ามเนื้อ ที่สามารถพบได้บ่อยในแมวเบงกอล จึงขอแนะนำ เพียวริน่า วัน สูตรเท็นเดอร์ ซีเล็กซ์ เบลนด์ พร้อมปลาแซลมอน (PURINA ONE Tender Selects Blend Salmon) ที่มีโอเมก้า 3 และ 6 และวิตามิน E, A ที่ช่วยบำรุงผิวหนังให้เงางาม บำรุงระบบประสาท ช่วยเรื่องการมองเห็น และยังมีโปรตีนคุณภาพสูงจากปลาแซลมอน และปลาทูน่า แหล่งสำคัญของกรดอะมิโน ที่จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อโครงร่าง และกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรง นอกจากนี้ยังตอบโจทย์เรื่อง 6 สัญญาณสุขภาพดี ทั้งขนสวยตาใส, กล้ามเนื้อแข็งแรง, ขับถ่ายดี, เสริมสร้างภูมิต้านทาน, กระดูกแข็งแรง และฟันขาวไม่มีคราบหินปูนอีกด้วย

6. ความต้องการพิเศษของแมวเบงกอล (Bengal)

ก่อนที่จะตัดสินใจเลี้ยงแมวเบงกอลนั้น คนเลี้ยงควรทำความเข้าใจธรรมชาติ และอุปนิสัยของแมวสายพันธุ์นี้ เพื่อดูแลพวกเขาอย่างเหมาะสม เช่น การเตรียมอุปกรณ์ และของเล่นที่จำเป็นสำหรับนิสัยของสายพันธุ์แมวเบงกอล อย่างเช่น อุปกรณ์สำหรับปีนป่าย อุปกรณ์ลับเล็บ อ่างเล่นน้ำ เป็นต้น แต่ถึงแม้ว่าแมวเบงกอลจะมีอุปนิสัยโลดโผน แต่เรายังคงแนะนำให้เลี้ยงแมวเบงกอลแบบระบบปิด เพราะนอกจากจะช่วยลดโอกาสการติดโรคต่าง ๆ จากภายนอกแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่ไม่คาดคิดอีกด้วย การดูแลสุขอนามัยของแมวเบงกอลนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่คุณใส่ใจทั้งตัวแมวและสิ่งแวดล้อมที่พวกเขาอยู่ เริ่มตั้งแต่การดูแลกระบะทรายให้สะอาดอยู่เสมอ และหากมีการเลี้ยงร่วมกับแมวตัวอื่น อย่าลืมเพิ่มจำนวนกระบะทรายให้มีจำนวนมากกว่าจำนวนแมวอย่างน้อย 1 อัน เพื่อให้แมวสามารถขับถ่ายได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล รวมถึงการหมั่นดูแลดวงตาและช่องหู ด้วยการเช็ดคราบขี้ตาและสิ่งสกปรกที่บริเวณหัวตา และเช็ดล้างทำความสะอาดช่องหู เพื่อลดโอกาสการอักเสบและติดเชื้อ ส่วนเรื่องเล็บยาวนั้น อาจไม่ต้องกังวลเท่าไหร่นัก หากคุณสามารถจัดหาของเล่นหรือที่ฝนเล็บได้ นั่นก็เพียงพอแล้ว เพราะโดยธรรมชาติแมวเบงกอลนั้นชอบที่จะปีนป่ายหรือฝนเล็บอยู่แล้ว

นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพแมวเบงกอลในภาพรวม ก็เป็นสิ่งที่ควรดูแลเป็นประจำเช่นเดียวกับการเลี้ยงแมวบ้านสายพันธุ์อื่น ๆ โดยควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพทั่วไป และประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคประจำสายพันธุ์ เพื่อให้สามารถป้องกันและรักษาความผิดปกติได้อย่างทันท่วงที

7. การอยู่ร่วมกับเด็กและสัตว์อื่น ๆ

แมวเบงกอลเป็นแมวที่เข้ากันได้ดีกับเด็ก รวมถึงสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ เนื่องจากแมวเบงกอลนั้นชอบเล่น และชอบเป็นจุดสนใจ แมวเบงกอลเป็นแมวที่ไม่ค่อยกลัวอะไรแม้แต่สุนัข แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่แนะนำให้เลี้ยงแมวเบงกอลร่วมกับสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก โดยเฉพาะสัตว์ที่มีความเป็นเหยื่อตามธรรมชาติ เช่น นก ปลา หนูแฮมสเตอร์ กระต่าย เป็นต้น เพราะด้วยสัญชาตญาณนักล่าของแมว จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้สัตว์เลี้ยงเหล่านี้เกิดความเครียดหรือความหวาดกลัวได้

8. ผู้เลี้ยงที่เหมาะกับแมวสายพันธุ์เบงกอล

แมวเบงกอล เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเวลาดูแลเอาใจใส่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็ก หรือมีพื้นที่ให้สามารถวิ่งเล่นได้ แต่แมวเบงกอลอาจไม่เหมาะกับเจ้าของแมวมือใหม่ หรือเจ้าของแมวที่อาศัยอยู่ห้องพักหรือคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่จำกัด เนื่องจากธรรมชาติของแมวเบงกอลนั้นค่อนข้างซุกซน ชอบวิ่งไล่ เล่นโลดโผน แถมยังชอบที่จะอยู่กับคนเป็นอย่างยิ่ง หากเจ้าของแมวไม่ค่อยมีเวลา หรือไม่มีพื้นที่เลี้ยงอย่างเพียงพอ อาจทำให้แมวเบงกอลเครียด จนเกิดเป็นปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้นั่นเอง

Back

เรื่องน่ารู้ของน้องแมว